ทิศทางของเมล็ดพันธุ์ในอนาคต

ทิศทางของการพัฒนาศักยภาพของเมล็ดพันธุ์ในอนาคต

          วงจรพืชในปัจจุบันต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงเมล็ดพันธุ์ในยุคก่อนๆอาจจะสามารถอยู่ได้นานกว่า 10 ปี โดยที่ยังสามารถให้ผลผลิตที่ดี แต่เมื่ออากาศโลกเปลี่ยนแปลงไปเมล็ดพันธุ์ในยุคปัจจุบันต้องมีการปรับเปลี่ยนในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีเพื่อให้รับมือกับความผันแปรของอากาศที่เป็นปัจจัยหลักในภาคการเกษตรรวมถึงโรคและแมลงต่างๆที่มีวิวัฒนาการมากขึ้นตามไปด้วย  

          ในโซนเอเชียปัจจุบันที่มีปัญหาเหมือนกันคือกลุ่มแตงร้าน แตงกวาที่กำลังคิดกันว่าให้ปลูกฤดูไหนทำอย่างไรให้หน้าตาเหมือนเดิมได้ผลผลิตเหมือนเดิม แต่มองแล้วเป็นเรื่องยากเพราะพืชกลุ่มนี้ปัจจัยอากาศเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งปัจจุบันช่วงแสงมีความยาวมากขึ้นอากาศร้อนมากขึ้น พันธุ์เดียวกันปลูกฤดูนี้ให้ผลผลิตดีมากแต่พอเอาไปปลูกในอีกฤดูหนึ่งกับให้ผลผลิตไม่ดีหรือได้ผลผลิตในปริมาณที่น้อยมาก เป็นปัญหาที่ต้องพยายามแก้ไขกันไป ซึ่งก็อาจจะนำเรื่องฮอร์โมนเข้ามาช่วยแต่ก็ยังไม่สำเร็จเท่าที่ควร เป็นปัญหาที่เรียกว่าไม่สามารถปรับเปลี่ยนสายพันธุ์ให้ได้ทันกับสภาวะอากาศและฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในการพัฒนาเมล็ดพันธุ์แต่ละอย่างกว่าจะสำเร็จให้เป็นพันธุ์ที่ดีให้ผลผลิตดีปลอดโรคต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะกลายเป็นเมล็ดเพื่อส่งจำหน่ายได้ เรื่องโรคและแมลงและคุณภาพของเมล็ดพันธุ์จึงกลายมาเป็นปัญหาพื้นฐานของเกษตรสมัยใหม่ก็ว่าได้ ทั้งนี้ก็เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งในธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ซึ่งถ้าใครทำได้ก็ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำได้ก่อน เพราะเกษตกรพอมีปัญหาส่วนมากจะไม่ได้มองไปที่สภาพแวดล้อมแต่จะมองที่ผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์เป็นอันดับแรก หลายครั้งเข้าใจไม่ตรงกันในเรื่องเหล่านี้ ก็เป็นเรื่องน่าหนักใจในแวดวงเกษตรปัจจุบันซึ่งต้องพยายามแก้ไขและปรับปรุงกันต่อไป

Visitors: 88,118